บ้านรักไทย : หมู่บ้านชาวจีนยูนนานท่ามกลางขุนเขา จ.แม่ฮ่องสอนบ้านรักไทยตั้งอยู่ติดกับเขต
ชายแดนไทย – พม่า มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,800 เมตร
ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้มีอากาศหนาวเย็นอยู่เกือบตลอดทั้งปีดทั้งปี พื้นที่ตอนกลางของบ้านรักไทยมี “เขื่อนในหมอก”
เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค – บริโภคที่สำคัญ
ประชากรส่วนหนึ่งของบ้านรักไทยสืบเชื้อสายมาจากชาวจีนยูนนานที่อพยพย้ายถิ่น
มาจากทางตอนใต้ของประเทศจีน และบางส่วนก็มาจากครอบครัวของอดีต “กองกำลังทหารจีนคณะชาติ” ซึ่งเคยเข้ามาตั้งฐานที่มั่นอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย
เอกลักษณ์ของบ้านรักไทย
สัจธรรมอย่างหนึ่ง
ซึ่งทุกๆ คนล้วนทราบกันดี ก็คือ
ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ดังเช่นเอกลักษณ์ในความเป็น “จีนยูนนาน”
บางอย่างของบ้านรักไทยซึ่งเริ่มเลือนรางจืดจางไปบ้างตามกาลเวลา.....การแต่ง
กายแบบดั้งเดิมถูกทดแทนด้วยเสื้อผ้ารุ่นใหม่ตามสมัยนิยมที่หาซื้อได้
ง่ายกว่า
ไร่ชาสีเขียวชอุ่มซึ่งปลูกเรียงรายอยู่เป็นแถวเป็นแนว คือ
สิ่งที่คุณจะสามารถพบเห็นได้ระหว่างเส้นทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนมายังบ้าน
รักไทย.....ว่ากันว่า....สภาพภูมิอากาศของหมู่บ้านเล็กๆ
กลางหุบเขาแห่งนี้เหมาะแก่การปลูกต้นชาเป็นอย่างยิ่ง
หากคุณได้ลองใช้เวลาเดินสำรวจหมู่บ้านรักไทยอย่างถ้วนทั่วดูล่ะก็.....นอก
จากจะได้พบเห็นรีสอร์ทในไร่ชาและร้านจำหน่ายใบชาแห้งบรรจุห่อจำนวนมากแล้ว
คุณอาจจะได้พบกับชาวบ้านบางกลุ่มซึ่งกำลังตากใบชาอยู่บริเวณลานหน้าบ้านด้วย
อาหารจีนยูนนาน.....เป็นอีกสิ่งหนึ่งซึ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา
ยังบ้านรักไทย.....หมู่บ้านแห่งนี้เขามีร้านอาหารจีนยูนนานบรรยากาศดีตั้ง
อยู่ริมน้ำหลายร้าน.....ซึ่งร้านอาหารที่พวกเราพอจะได้ยินชื่อเสียงร่ำลือ
ถึงความอร่อยล่องลอยมาตามกระแสลมอยู่บ้างก็คือ “ต้าเหล่าซือ” และ “ลีไวน์รักไทย”
ใครอยากจะละเลียดจิบชาอุ่นๆ กลิ่นหอมละมุน แล้วยัดขาหมู –
หมั่นโถลงท้องไปพร้อมๆ กับนั่งชมทิวทัศน์ของ “เขื่อนในหมอก”
ก็อย่าลืมแวะมาแล้วกัน
เป็นอีกสิ่งหนึ่งซึ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา
ยังบ้านรักไทย.....หมู่บ้านแห่งนี้เขามีร้านอาหารจีนยูนนานบรรยากาศดีตั้ง
อยู่ริมน้ำหลายร้าน.....ซึ่งร้านอาหารที่พวกเราพอจะได้ยินชื่อเสียงร่ำลือ
ถึงความอร่อยล่องลอยมาตามกระแสลมอยู่บ้างก็คือ “ต้าเหล่าซือ” และ “ลีไวน์รักไทย”
ใครอยากจะละเลียดจิบชาอุ่นๆ กลิ่นหอมละมุน แล้วยัดขาหมู –
หมั่นโถลงท้องไปพร้อมๆ กับนั่งชมทิวทัศน์ของ “เขื่อนในหมอก”
ก็อย่าลืมแวะมาแล้วกัน
วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ดอยอิทนนท์
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วางและอำเภอดอยหล่อประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ทิวเขาอินทนนท์ป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร ป่าอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำแม่กลาง แม่ป่าก่อ แม่ปอน แม่หอย แม่ยะ แม่แจ่ม แม่ขาน และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำ แม่ปิง ที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล
ดอยอินทนนท์ เดิมมีชื่อว่า "ดอยหลวงอ่างกา" ต่อมาได้ตั้งชื่อตามพระนามของพระเจ้าอิทวิชยนนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วางและอำเภอดอยหล่อประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ทิวเขาอินทนนท์ป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร ป่าอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำแม่กลาง แม่ป่าก่อ แม่ปอน แม่หอย แม่ยะ แม่แจ่ม แม่ขาน และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำ แม่ปิง ที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล
ดอยอินทนนท์ เดิมมีชื่อว่า "ดอยหลวงอ่างกา" ต่อมาได้ตั้งชื่อตามพระนามของพระเจ้าอิทวิชยนนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของ "ป่าสงวนแห่งชาติดอยอินทนนท์" ต่อมาได้ถูกสำรวจและจัดตั้งเป็นหนึ่งในสิบสี่ ป่าที่ทางรัฐบาลให้ดำเนินการเป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งครั้งแรกกรมป่าไม้เสนอ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ให้มี พื้นที่ 1,000 ตร.กม. หรือประมาณ 625,000 ไร่ แต่เนื่องจากพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ อาศัยอยู่ก่อนหลายชุมชน จึงทำการสำรวจใหม่ และกันพื้นที่ที่ราษฎร อยู่มาก่อน และคาดว่าจะมีปัญหาในอนาคตออก จึงเหลือพื้นที่ที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 270 ตร.กม. หรือประมาณ 168,750 ไร่ ประกาศลงวันที่ 2 ตุลาคม 2515 และในวันที่ 13 มิถุนายน 2521 รัฐบาลประกาศพื้นที่เพิ่มอีกเป็น 482.4 ตร.กม. อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และกิ่งอำเภอดอยหล่อ มีความสูงจากระดับน้ำทะลปานกลาง 400-2,565.3341 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยสำหรับวัตถุประสงค์ในการกำหนดที่ดินให้ เป็นอุทยานแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 หมวด 1 มาตรา 6
ดอยสุเทพ
ดอยสุเทพ
ดอยสุเทพ
พระธาตุประจำปีเกิดปีมะแม ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และพระตำหนัก ภูพิงค์ราชนิเวศน์ที่ประทับช่วงฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทว่าดอยสูงแห่งนี้ยังสมบูรณ์ด้วยสภาพ ธรรมชาติทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า โดยเฉพาะนก ประกอบกับการเดินทางเข้าถึงสะดวก เพราะเชิงดอยอยู่ห่างจาก ตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 6 กิโลเมตร ดอยสุเทพ เดิมชื่อว่า “ดอยอ้อยช้าง ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1927 มีบันไดนาคทอดยาวขึ้นไปสู่วัด 306 ขั้น ที่ใต้ฐานพระเจดีย์มีพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าบรรจุอยู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพมีชื่อ เต็มว่า “วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพวรวิหาร” รอบองค์พระบรมธาตุ ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 5 ประการ ได้แก่
1. ฉัตร 4 มุม ทำด้วยทองเหลือง สร้างโดยพระเจ้ากาวิละ กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2348 มีความ หมายว่า ฉัตรเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็น ซึ่งแสดงให้ถึงความสงบร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพล มาจาก พระพุทธ ศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ
2. หอยอ ลักษณะเหมือนวิหารขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 ด้าน ของพระบรมธาตุ ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มีความหมายถึงการบูชาหรือสรรเสริญคุณของพระ พุทธเจ้า
3.สัตติบัญชร หรือ รั้วหอก ที่อยู่รอบพระธาตุ ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์
เมื่อภายหลังการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แย่งพระบรมสารีริกธาตุของเมืองต่างๆ เพื่อนำไปไว้บูชาประจำเมือง โทณพราหมณ์จึงทำหน้าที่แบ่ง โดยให้ทหารถือหอกรอบล้อมพระบรมสารีริกธาตุไว้ เพื่อป้องกันการแย่งชิง จึงเป็นที่มาของรั้วหอกรอบพระบรมธาตุ
4. ไหดอกบัว หรือ ปูรณะฆะฏะแปลว่า หม้อที่แสดงถึงความ สมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรื่องของพระพุทธศาสนาในล้านนาไทย นอกจากนี้พระธาตุดอยสุเทพยัง เป็น จุดชมวิว ที่สามารถมองเมืองเชียงใหม่ได้เกือบทั้งเมืองโดยเฉพาะในยาม ค่ำคืนที่จะมองเห็นแสงไฟนับ หมื่นดวง ท่ามกลางความมืดของกาลเวลาป็นภาพที่สวยงามน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง และและก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยว ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปคู่กับทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ในเบื้องล่างเพื่อเก็บภาพ ไว้เป็น ความทรงจำอันน่าประทับใจไม่ว่า จะเป็นช่วงเช้า สาย บ่าย เย็น หรือกลางคืน ที่นี่ก็สร้างความอิ่มใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนเป็นอย่างมาก
5. หอท้าวโลกบาล ซึ่งเป็นหอยอดแหลมขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 มุมของพระบรมธาตุ หมายถึง ที่ประดิษฐาน
ของท้าวโลกบาลทั้ง 4 ซึ่งเป็นเทพที่ปกปักรักษาสิ่งสำคัญต่างๆ 4 ทิศ ทำหน้าที่รักษาพระบรมธาตุ ได้แก่
- ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณ มียักษ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศเหนือ
- ท้าวธตรัฐ มีพวกคนธรรพ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาทิศตะวันออก
- ท้าววิรูฬปักข์ มีฝูงนาคเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศตะวันตก
- ท้าววิรุฬหก มีอสูรเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศใต้
ดอยสุเทพ
พระธาตุประจำปีเกิดปีมะแม ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และพระตำหนัก ภูพิงค์ราชนิเวศน์ที่ประทับช่วงฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทว่าดอยสูงแห่งนี้ยังสมบูรณ์ด้วยสภาพ ธรรมชาติทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า โดยเฉพาะนก ประกอบกับการเดินทางเข้าถึงสะดวก เพราะเชิงดอยอยู่ห่างจาก ตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 6 กิโลเมตร ดอยสุเทพ เดิมชื่อว่า “ดอยอ้อยช้าง ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1927 มีบันไดนาคทอดยาวขึ้นไปสู่วัด 306 ขั้น ที่ใต้ฐานพระเจดีย์มีพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าบรรจุอยู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพมีชื่อ เต็มว่า “วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพวรวิหาร” รอบองค์พระบรมธาตุ ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 5 ประการ ได้แก่
1. ฉัตร 4 มุม ทำด้วยทองเหลือง สร้างโดยพระเจ้ากาวิละ กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2348 มีความ หมายว่า ฉัตรเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็น ซึ่งแสดงให้ถึงความสงบร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพล มาจาก พระพุทธ ศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ
2. หอยอ ลักษณะเหมือนวิหารขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 ด้าน ของพระบรมธาตุ ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มีความหมายถึงการบูชาหรือสรรเสริญคุณของพระ พุทธเจ้า
3.สัตติบัญชร หรือ รั้วหอก ที่อยู่รอบพระธาตุ ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์
เมื่อภายหลังการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แย่งพระบรมสารีริกธาตุของเมืองต่างๆ เพื่อนำไปไว้บูชาประจำเมือง โทณพราหมณ์จึงทำหน้าที่แบ่ง โดยให้ทหารถือหอกรอบล้อมพระบรมสารีริกธาตุไว้ เพื่อป้องกันการแย่งชิง จึงเป็นที่มาของรั้วหอกรอบพระบรมธาตุ
4. ไหดอกบัว หรือ ปูรณะฆะฏะแปลว่า หม้อที่แสดงถึงความ สมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรื่องของพระพุทธศาสนาในล้านนาไทย นอกจากนี้พระธาตุดอยสุเทพยัง เป็น จุดชมวิว ที่สามารถมองเมืองเชียงใหม่ได้เกือบทั้งเมืองโดยเฉพาะในยาม ค่ำคืนที่จะมองเห็นแสงไฟนับ หมื่นดวง ท่ามกลางความมืดของกาลเวลาป็นภาพที่สวยงามน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง และและก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยว ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปคู่กับทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ในเบื้องล่างเพื่อเก็บภาพ ไว้เป็น ความทรงจำอันน่าประทับใจไม่ว่า จะเป็นช่วงเช้า สาย บ่าย เย็น หรือกลางคืน ที่นี่ก็สร้างความอิ่มใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนเป็นอย่างมาก
5. หอท้าวโลกบาล ซึ่งเป็นหอยอดแหลมขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 มุมของพระบรมธาตุ หมายถึง ที่ประดิษฐาน
ของท้าวโลกบาลทั้ง 4 ซึ่งเป็นเทพที่ปกปักรักษาสิ่งสำคัญต่างๆ 4 ทิศ ทำหน้าที่รักษาพระบรมธาตุ ได้แก่
- ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณ มียักษ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศเหนือ
- ท้าวธตรัฐ มีพวกคนธรรพ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาทิศตะวันออก
- ท้าววิรูฬปักข์ มีฝูงนาคเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศตะวันตก
- ท้าววิรุฬหก มีอสูรเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศใต้
การท่องเที่ยวที่ใหม่ๆ
การท่องเทียวที่ใหม่ๆ
การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่หน้าสนใวจมากเพราะว่าแต่ละคนนั้นมีการท่องเที่ยวแบบของตัวเองและมีการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ ของตัวเองด้วย
การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่หน้าสนใวจมากเพราะว่าแต่ละคนนั้นมีการท่องเที่ยวแบบของตัวเองและมีการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ ของตัวเองด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




